เทคโนโลยีอวกาศ
คือการสำรวจสิ่งต่างๆที่อยู่นอกโลกของเราและสำรวจโลกของเราเองด้วย
ปัจจุบันเทคโนโลยีอวกาศได้มีการพัฒนาไปเป็นอย่างมากเมื่อเทียบกับสมัยก่อน
ทำให้ได้ความรู้ใหม่ๆมากขึ้น โดยองค์การที่มีส่วนมากในการพัฒนาทางด้านนี้คือองค์การนาซ่าของสหรัฐอเมริกา
ได้มีการจัดทำโครงการขึ้นมากมาย
ทั้งเพื่อการสำรวจดาวที่ต้องการศึกษาโดยเฉพาะและที่ทำขึ้นเพื่อศึกษาสิ่งต่างๆในจักรวาล
1. กล้องโทรทรรศน์ชนิดสะท้อนแสง
เป็นอุปกรณ์ที่สามารถขยายวัตถุที่อยู่ในระยะไกล เซอร์ ไอเซค นิวตัน เป็นผู้ประดิษซ์กล้องชนิดนี้ เป็นบุคคลแรก บางที่เราก็เรียก กล้องแบบนี้ว่า กล้องแบบนิวโทเนียน ประกอบด้วยกระจกเว้า กระจกระนาบ และ เลนซ์นูน
2. กล้องโทรทรรศน์ชนิดหักเหแสง
เป็นอุปกรณ์ที่สามารถขยายวัตถุที่อยู่ในระยะไกล กาลิเลโอ เป็นบุคคลแรกที่ประดิษฐกล้องชนิดนี้ขึ้น ประกอบด้วยเลนซ์นูนอย่างน้อยสองชิ้น คือ เลนซ์วัตถุ (Object Lens)เป็นเลนซ์ด้านรับแสงจากวัตถุ ซึ่งจะมีความยาวโฟกัสยาว (Fo) และเลนซ์ตา (Eyepieces) เป็นเลนซ์ที่ติดตาเราเวลามอง ซึ่งมีความยาวโฟกัสสั้น (Fe) กว่าเลนซ์วัตถุมากๆ
3. กล้องโทรทรรศน์แบบผสม
เป็นกล้องโทรทรรศน์คุณภาพสูงที่ถูกออกแบบมาให้ใช้หลักของการหักเหและสะท้อนแสงร่วมกัน โดยหลักการโดยรวมแล้ว จะใช้กระจก 2 ชุด สะท้อนแสงกลับ ไป-มา ช่วยให้ลำกล้องสั้น เเละส่วนมากจะสามารถควบคุมระบบได้เเบบดิจิตอล เราจะพบว่า กล้องโทรทรรศน์ขนาดใหญ่ที่มี ความยาวโฟกัสมาก ดังเช่น กล้องโทรทรรศน์บนหอดูดาวต่างๆๆ มักจะเป็นกล้องชนิดนี้
4.ดาวเทียม
ดาวเทียมคือ วัตถุที่มนุษย์สร้างขึ้นไปโครจรรอบโลก เพื่อวัตถุประสงค์ทางด้านการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ การรายงานสภาพอากาศ หรือเพื่อการลาดตระเวนทางทหาร ดาวเทียมเพื่อการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ จะทำหน้าที่ในการ สังเกตการณ์สภาพของอวกาศ โลก ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดาวอื่นๆ รวมถึงวัตถุประหลาดต่างๆ ในกาแลคซี่ หรือระบบสุริยจักรวาล
5.จรวดและยานอวกาศ
จรวด เราหมายถึงอุปกรณ์สำหรับสร้างแรงขับดันเท่านั้น หน้าที่ของจรวดคือ การนำยานอวกาศ ดาวเทียม หรืออุปกรณ์ประเภทอื่นขึ้นสู่อวกาศ แรงโน้มถ่วง (Gravity) ของโลก ณ พื้นผิวโลกมีความเร่งเท่ากับ 9.8 เมตร/วินาที 2 ดังนั้นจรวดจะต้องมีแรงขับเคลื่อนสูงมาก เพื่อเอาชนะแรงโน้มถ่วงของโลก
6.นักบินอวกาศ
นักบินอวกาศ คือ บุคคลที่เดินทางไปกับยานอวกาศ ไม่ว่าจะไปในฐานะใด และไม่ว่าจะไปด้วยยานอวกาศแบบไหน ทั้งที่โคจรรอบโลก (ในระยะสูงจากพื้นราว 80-100 กิโลเมตรขึ้นไป)หรือที่เดินทางออกไปยังตำแหน่งอื่นใดนอกวงโคจรของโลก
1. กล้องโทรทรรศน์ชนิดสะท้อนแสง
เป็นอุปกรณ์ที่สามารถขยายวัตถุที่อยู่ในระยะไกล เซอร์ ไอเซค นิวตัน เป็นผู้ประดิษซ์กล้องชนิดนี้ เป็นบุคคลแรก บางที่เราก็เรียก กล้องแบบนี้ว่า กล้องแบบนิวโทเนียน ประกอบด้วยกระจกเว้า กระจกระนาบ และ เลนซ์นูน
2. กล้องโทรทรรศน์ชนิดหักเหแสง
เป็นอุปกรณ์ที่สามารถขยายวัตถุที่อยู่ในระยะไกล กาลิเลโอ เป็นบุคคลแรกที่ประดิษฐกล้องชนิดนี้ขึ้น ประกอบด้วยเลนซ์นูนอย่างน้อยสองชิ้น คือ เลนซ์วัตถุ (Object Lens)เป็นเลนซ์ด้านรับแสงจากวัตถุ ซึ่งจะมีความยาวโฟกัสยาว (Fo) และเลนซ์ตา (Eyepieces) เป็นเลนซ์ที่ติดตาเราเวลามอง ซึ่งมีความยาวโฟกัสสั้น (Fe) กว่าเลนซ์วัตถุมากๆ
3. กล้องโทรทรรศน์แบบผสม
เป็นกล้องโทรทรรศน์คุณภาพสูงที่ถูกออกแบบมาให้ใช้หลักของการหักเหและสะท้อนแสงร่วมกัน โดยหลักการโดยรวมแล้ว จะใช้กระจก 2 ชุด สะท้อนแสงกลับ ไป-มา ช่วยให้ลำกล้องสั้น เเละส่วนมากจะสามารถควบคุมระบบได้เเบบดิจิตอล เราจะพบว่า กล้องโทรทรรศน์ขนาดใหญ่ที่มี ความยาวโฟกัสมาก ดังเช่น กล้องโทรทรรศน์บนหอดูดาวต่างๆๆ มักจะเป็นกล้องชนิดนี้
4.ดาวเทียม
ดาวเทียมคือ วัตถุที่มนุษย์สร้างขึ้นไปโครจรรอบโลก เพื่อวัตถุประสงค์ทางด้านการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ การรายงานสภาพอากาศ หรือเพื่อการลาดตระเวนทางทหาร ดาวเทียมเพื่อการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ จะทำหน้าที่ในการ สังเกตการณ์สภาพของอวกาศ โลก ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดาวอื่นๆ รวมถึงวัตถุประหลาดต่างๆ ในกาแลคซี่ หรือระบบสุริยจักรวาล
5.จรวดและยานอวกาศ
จรวด เราหมายถึงอุปกรณ์สำหรับสร้างแรงขับดันเท่านั้น หน้าที่ของจรวดคือ การนำยานอวกาศ ดาวเทียม หรืออุปกรณ์ประเภทอื่นขึ้นสู่อวกาศ แรงโน้มถ่วง (Gravity) ของโลก ณ พื้นผิวโลกมีความเร่งเท่ากับ 9.8 เมตร/วินาที 2 ดังนั้นจรวดจะต้องมีแรงขับเคลื่อนสูงมาก เพื่อเอาชนะแรงโน้มถ่วงของโลก
6.นักบินอวกาศ
นักบินอวกาศ คือ บุคคลที่เดินทางไปกับยานอวกาศ ไม่ว่าจะไปในฐานะใด และไม่ว่าจะไปด้วยยานอวกาศแบบไหน ทั้งที่โคจรรอบโลก (ในระยะสูงจากพื้นราว 80-100 กิโลเมตรขึ้นไป)หรือที่เดินทางออกไปยังตำแหน่งอื่นใดนอกวงโคจรของโลก

7 เทรนด์เทคโนโลยีน่าจับตามองในปี 2019
หลายคนอาจรู้สึกว่าเพิ่งผ่านปี 2018
ไปไม่นาน รู้ตัวอีกทีก็จะพ้นไตรมาสที่ 3 ของปีกันแล้ว
การที่ธุรกิจจะคงความเป็นผู้นำได้ คงไม่พ้นการติดตามข่าวสารและเทรนด์ใหม่ๆ
ที่จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจของคุณ PeerPower จึงได้รวบรวม 7
เทรนด์เทคโนโลยีน่าจับตามองในปี 2019 จะมีเทรนด์อะไรที่ผู้ประกอบการควรรู้และติดตามอย่างใกล้ชิด
1. ยุคแห่งคอนเท้นต์วิดีโอ
ต้องยอมรับว่าในปี 2018 ที่ผ่านมา คอนเท้นต์วิดีโอนั้นได้รับความนิยมอย่างมาก สาเหตุอาจเป็นเพราะแอปพลิเคชั่นบนโลกซีเชียลมีเดียหลายเจ้าได้พัฒนาเพื่อให้สามารถรองรับการถ่ายและอัพโหลดวิดีโอมากขึ้น และคาดว่าในปี 2019 จะมีปริมาณการแชร์คอนเท้นต์วิดีโอที่มากขึ้นถึง 80%
2. LIVE วิดีโอคือสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการ
ในขณะที่หลายคนเลือกที่จะดูวิดีโอคอนเท้นต์ แต่ก็ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่มองหา LIVE วิดีโอ ซึ่งข้อดีของการ LIVE สด นั่นคือทำให้คุณสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับผู้บริโภคได้อย่างทันที ซึ่งผลการสำรวจพบว่า 82% ของผู้บริโภคชอบที่จะดูวิดิโอไลฟ์มากกว่าการนั่งอ่านโพสต์บนโซเชียลมีเดีย
3. การลงโฆษณาในโลกออนไลน์ไม่ได้ผลอีกต่อไป
กว่า 30% ของผู้ใช้อินเตอร์เน็ตดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นเพื่อจำกัดการแสดงโฆษณา ทำให้โฆษณาที่ปล่อยออกไปนั้นไปไม่ถึงกลุ่มลูกค้าเท่าที่ควร ทำให้หลายธุรกิจเลือกที่จะใช้บริการของ influencer มากขึ้น แต่นั่นอาจจะไม่ใช่ทางที่ดีที่สุด คุณควรจะสร้างคอนเท้นต์ที่มีคุณภาพ หรือคอนเท้นต์ที่มีหัวข้อเฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น เพื่อดึงดูดให้ผู้บริโภคเข้ามายังช่องทางต่างๆ ของแบรนด์คุณ
4. เลือกใช้ช่องทางการสื่อสารให้ถูก
เพราะว่าในปัจจุบันมีช่องทางการติดต่อสื่อสารในหลายรูปแบบ ดังนั้นแล้วคุณควรรู้จักถึงความแตกต่าง ข้อดี ข้อเสีย ของแต่ละช่องทาง และเลือกช่องทางที่ลูกค้าสะดวกที่จะคุยกับคุณมากที่สุด
5. “คอมมิวนิตี้” เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
โอกาสในการเพิ่มลูกค้ามีอยู่ทุกที่ กลุ่มลูกค้าของคุณอาจจะแฝงอยู่อยู่ในทุกที่และแอบมองสินค้าของคุณอยู่ห่างๆ เพราะสมัยนี้การเข้าถึงข้อมูลมีมากขึ้นทำให้ลูกค้าของคุณสามารถศึกษาข้อมูลให้ได้มากที่สุด ก่อนที่พวกเขาจะตัดสินใจซื้อ
6. ให้ความสำคัญกับการปกป้องข้อมูลของลูกค้าให้มากขึ้น
ข้อมูลทุกอย่างอยู่บนโลกออนไลน์ทำให้ผู้ใช้หลายคนรู้สึกว่าถูกละเมิดความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ทำให้ GDPR (General Data Protection Regulation) ออกนโยบายปกป้องความเป็นส่วนตัวเพื่อป้องกันการขายข้อมูลของผู้บริโภค
1. ยุคแห่งคอนเท้นต์วิดีโอ
ต้องยอมรับว่าในปี 2018 ที่ผ่านมา คอนเท้นต์วิดีโอนั้นได้รับความนิยมอย่างมาก สาเหตุอาจเป็นเพราะแอปพลิเคชั่นบนโลกซีเชียลมีเดียหลายเจ้าได้พัฒนาเพื่อให้สามารถรองรับการถ่ายและอัพโหลดวิดีโอมากขึ้น และคาดว่าในปี 2019 จะมีปริมาณการแชร์คอนเท้นต์วิดีโอที่มากขึ้นถึง 80%
2. LIVE วิดีโอคือสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการ
ในขณะที่หลายคนเลือกที่จะดูวิดีโอคอนเท้นต์ แต่ก็ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่มองหา LIVE วิดีโอ ซึ่งข้อดีของการ LIVE สด นั่นคือทำให้คุณสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับผู้บริโภคได้อย่างทันที ซึ่งผลการสำรวจพบว่า 82% ของผู้บริโภคชอบที่จะดูวิดิโอไลฟ์มากกว่าการนั่งอ่านโพสต์บนโซเชียลมีเดีย
3. การลงโฆษณาในโลกออนไลน์ไม่ได้ผลอีกต่อไป
กว่า 30% ของผู้ใช้อินเตอร์เน็ตดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นเพื่อจำกัดการแสดงโฆษณา ทำให้โฆษณาที่ปล่อยออกไปนั้นไปไม่ถึงกลุ่มลูกค้าเท่าที่ควร ทำให้หลายธุรกิจเลือกที่จะใช้บริการของ influencer มากขึ้น แต่นั่นอาจจะไม่ใช่ทางที่ดีที่สุด คุณควรจะสร้างคอนเท้นต์ที่มีคุณภาพ หรือคอนเท้นต์ที่มีหัวข้อเฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น เพื่อดึงดูดให้ผู้บริโภคเข้ามายังช่องทางต่างๆ ของแบรนด์คุณ
4. เลือกใช้ช่องทางการสื่อสารให้ถูก
เพราะว่าในปัจจุบันมีช่องทางการติดต่อสื่อสารในหลายรูปแบบ ดังนั้นแล้วคุณควรรู้จักถึงความแตกต่าง ข้อดี ข้อเสีย ของแต่ละช่องทาง และเลือกช่องทางที่ลูกค้าสะดวกที่จะคุยกับคุณมากที่สุด
5. “คอมมิวนิตี้” เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
โอกาสในการเพิ่มลูกค้ามีอยู่ทุกที่ กลุ่มลูกค้าของคุณอาจจะแฝงอยู่อยู่ในทุกที่และแอบมองสินค้าของคุณอยู่ห่างๆ เพราะสมัยนี้การเข้าถึงข้อมูลมีมากขึ้นทำให้ลูกค้าของคุณสามารถศึกษาข้อมูลให้ได้มากที่สุด ก่อนที่พวกเขาจะตัดสินใจซื้อ
6. ให้ความสำคัญกับการปกป้องข้อมูลของลูกค้าให้มากขึ้น
ข้อมูลทุกอย่างอยู่บนโลกออนไลน์ทำให้ผู้ใช้หลายคนรู้สึกว่าถูกละเมิดความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ทำให้ GDPR (General Data Protection Regulation) ออกนโยบายปกป้องความเป็นส่วนตัวเพื่อป้องกันการขายข้อมูลของผู้บริโภค
7. AI จะถูกนำมาใช้อย่างจริงจังในปี 2019
นี้
แน่นอนว่าในปี 2018 ที่ผ่านมาใครๆ ก็ต้องพูดถึง AI (หรือ Artificial Intelligence) ซึ่งเป็นที่จับตามองอย่างมากในช่วงปีที่ผ่านมา แต่เราอาจจะยังไม่ได้เห็นการพัฒนาของ AI ออกมาเป็นรูปเป็นร่างสักเท่าไหร่ ซึ่งในปี 2019 นี้น่าจะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่เราจะได้เห็น AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในทุกๆ องค์กร
แน่นอนว่าในปี 2018 ที่ผ่านมาใครๆ ก็ต้องพูดถึง AI (หรือ Artificial Intelligence) ซึ่งเป็นที่จับตามองอย่างมากในช่วงปีที่ผ่านมา แต่เราอาจจะยังไม่ได้เห็นการพัฒนาของ AI ออกมาเป็นรูปเป็นร่างสักเท่าไหร่ ซึ่งในปี 2019 นี้น่าจะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่เราจะได้เห็น AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในทุกๆ องค์กร


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น